|
|
1.1.2 ปากกาจับงาน (Vise)
ใช้จับชิ้นงานเพื่อทำการเลื่อย สามารถปรับปรุงเอียงขวา-ซ้าย ได้ข้างละ45องศา และสามารถเลื่อนปากเข้า-ออกได้ด้วยเกลียวแขนหมุน
ล็อคแน่น
1.1.3 แขนตั้งระยะงาน (Cut Off Gage)
มีหน้าที่ในการตั้งระยะของชิ้นงานที่ต้องการตัดจำนวนมาก ๆ เพื่อให้ชิ้นงานที่ตัดออกมามีความยาวเท่ากันทุกชิ้น
1.1.4 ระบบป้อนตัด เครื่องเลื่อยชักมีระบบป้อนตัด 2 ชนิด คือ ชนิดใช้ลูกถ่วงน้ำหนัก และชนิดใช้น้ำมันไฮดรอลิกทั้ง 2 ชนิด
ทำหน้าที่เหมือนกันคือการป้อนตัด แต่หลักการทำงานต่างกันตรงที่ชนิดลูกถ่วงน้ำหนักอาศัยแรงดึงดูดของโลก ส่วนชนิดไฮดรอลิกอาศัย
แรงดันจากน้ำมันไฮดรอลิก
1.1.5 ระบบหล่อเย็น เครื่องเลื่อยชักมีความจำเป็นต้องใช้น้ำหล่อเย็น เพื่อช่วยระบายความร้อนเนื่องจากการเสียดสระหว่างใบเลื่อย
กับชิ้นงาน และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของใบเลื่อยให้ยาวนาน
1.1.6 ฐานเครื่องเลื่อยชัก (Base) ทำหน้าที่รองรับส่วนต่าง ๆ ของเครื่องเลื่อยชักทั้งหมด ฐานเครื่องเลื่อยชักบางชนิดจะทำเป็นโพรงภาย
ใน เพื่อเป็นที่เก็บถังน้ำหล่อเย็นและมอเตอร์
1.1.7 มอเตอร์ (Motor) เครื่องเลื่อยชักมีมอเตอร์ทำหน้าที่เป็นต้นกำลังขับมอเตอร์จะใช้กับกระแสไฟฟ้า 220 โวลตหรือ380 โวลต์ขึ้น
อยู่กับผู้ผลิต
1.1.8 สวิตซ์เปิด-ปิด เครื่องเลื่อยชักมีสวิตช์เปิด-ปิด แบบกึ่งอัตโนมัติ คือ สวิตซ์เครื่องจะปิดโดยอัตโนมัติเมื่อใบเลื่อยตัดชิ้นงานขาด
1.1.9 ชุดเฟืองทด (Gear) ทำหน้าที่ในการทดส่งกำลังจากมอเตอร์ไปยังโครงเลื่อยเฟืองทดที่ใช้กับเครื่องเลื่อยชักมี 2 ชนิด
คือ เฟืองเฉียง และเฟืองตรง
1.1.10 มู่ลี่ (Pulley) ทำหน้าที่ส่งกำลังผ่านสายพานไปยังชุดเฟืองทด ใช้กับสายพานตัววี
1.2 กลไกการทำงานของเครื่องเลื่อยชัก
กลไกการทำงานของเครื่องเลื่อยชัก เป็นกลไกส่งกำลังด้วยมอเตอร์ ส่งกำลังผ่านเฟืองขับ ซึ่งเป็นเฟืองทด เพื่อทดสอบความเร็วรอบมอเตอร์ และเพื่อทดแรงขับของมอเตอรที่ข้างเฟืองขับ
มีจุดหมุนก้านต่ออยู่คนละศูนย์กับศูนย์กลางเฟือง เพื่อต่อก้านต่อไปขับโครงเลื่อยให้ชักโครงเลื่อย
เดินหน้าและถอยหลังได้
1.3 น้ำหนักกดโครงเลื่อย
สำหรับน้ำหนักกดโครงเลื่อย ยิ่งเลื่อนห่างออกจากหัวเครื่องมากเท่าใด จะกดให้ใบเลื่อยตัดเฉือนมากเท่านั้น ดังนั้น
การเลื่อนปรับระยะน้ำหนักกด ให้สังเกตการตัดเฉือนของฟังเลื่อยด้วย
น้ำหนักกดใกล้หัวเครื่อง = น้ำหนักกดโครงเลื่อยน้อย
น้ำหนักกดห่างหัวเครื่อง = น้ำหนักกดโครงเลื่อยมาก
|
|
|
|